ความฝันของมนุษย์คือการได้เป็นอมตะ ที่จะคงสภาพชีวิตให้คงอยู่ตลอดไปโดยไม่มีวันตาย ถึงแม้มนุษย์จะเพียรพยายามสักปานใด สุดท้ายก็ไม่สามารถเอาชนะจุดจบของชืวิตลงได้ ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุุทธองค์ ที่ว่า "ทุกสรรพสิ่ง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ต้องดับไป" ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ถ าวรวัตถุใดๆ หรือแม้แต่องค์กรต่างๆ ก็หนีไม่พ้นสัจธรรมข้อนี้ ซึ่งการจะสร้างสิ่งใดให้เกิดไม่ใช่เรื่องยาก การทำให้ตายหรือการทำลายให้สูญสิ้นก็ยิ่งไม่ยาก แต่ภารกิจแห่งการธำรงรักษาให้ชีวิตหรือสิ่งใดๆคงอยู่ยืนยาวตลอดไปนี่ซิยากเรื่องยาก
ในศาสนาฮินดูมีมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ 3 พระองค์ คือพระพรหมมหาเทพผู้สร้าง พระอืศวรหรือพระศิวะมหาเทพผู้ทำลายล้าง และพระนารายณ์หรือพระวิษณุ มหาเทพผู้ธำรงรักษา
- "พระพรหม" มหาเทพผู้สร้างโลก และทุกสรรพสิ่ง
พระพรหม" มหาเทพผู้สร้าง ทรงมีกำเนิดขึ้นเองโดยไม่มีสิ่งใดๆปรากฎขึ้นมาก่อน (ตามตำราปุราณะของพราหมณ์ฝ่ายพระพรหม) ทรงกำเนิดจากดอกบัวที่ผุดจากพระนาภี (สะดือ) ของพระวิษณุ (ตามตำรา ปุราณะของพราหมณ์ฝ่ายไวษณพนิกาย) ทรงกำเนิดจากพระศิวะใช้พระหัตถ์ลูบพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งจนบังเกิดเป็นแสงพระพรหมจึงได้อุบัติขึ้นมาจากแสงนี้ (ตามตำราปุราณะของพราหมณ์ฝ่ายไศวะนิกาย) พระพรหมทรงโปรดความสงบ ไม่ทรงโปรดความวุ่นวาย มีพระทัยอ่อนโยน ทรงรักและทรงเฝ้าดูทุกสรรพสิ่งที่พระองค์สร้่างขึ้น ด้วยความเมตตา และทรงอำนวยอวยพรแก่ผู้กระทำความดี ทรงสร้างเทพองค์อื่นๆ มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ และทุกสรรพสิ่งบนโลก
 |
พระพรหม มหาเทพผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
|
- "พระศิวะ" หรือ "พระอิศวร"" มหาเทพผู้ทำลายล้าง
"
พระศิวะ" หรือ "พระอิศวร" มหาเทพผู้ทำลายล้าง ทรงมีกำเนิดหลังจากโลกถูกไฟบรรลัยกัลป์ทำลายล้าง ทำให้คัมภีร์พระเวทและพระธรรมมาประชุมกัน บังเกิดเป็นเทพองค์หนึ่งชื่อ "พระปรเมศวร" (คัมภีร์โบราณที่ปรากฎในหอวชิรญาณ) พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยอำนาจเป็นทั้งผู้ใจดีและผู้ดุร้าย นอกจากนั้นพระองค์ยังเป็นเทพแห่งคีตาซึ่งหมายถึงเทพแห่งการดนตรีและระบำรำฟ้อน กาลใดที่โลกมีแต่สิ่งเลวร้าย มนุษย์ในโลกประพฤติชั่วจนไม่สามารถแก้ไขได้ องค์พระศิวะ จะเต้นระบำที่มีท่วงท่าเร่าร้อนและรุนแรง เป็นผลให้โลกสั่นไหวอย่างรุนแรง จนบังเกิดเป็นไฟบรรลัยกัลป์ เผาผลาญโลก ทำให้สิ่งมีชีวิตและสรรพสิ่งในโลกถูกทำลายไปจนหมดสิ้น
 |
พระศิวะหรือพระอิศวร มหาเทพแห่งการทำลายล้าง
|
- "พระนารายณ์" หรือ "พระวิษณุ" มหาเทพผูธำรงรักษา
"พระนารายณ์" หรือ "พระวิษณุ" มหาเทพผูธำรงรักษา ทรงมีพลานุภาพขจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง เหล่ามารต่างกลัวเกรง ทรงขจัดอุปสรรค์และความข้องขัด ทรงแย้มยิ้ม สุภาพ และให้ความคุ้มครองโดยเฉพาะกับผู้ทรงศีลและผู้ประพฤติดี ยกเว้นกับผู้ใฝ่อธรรม คราใดที่โลกเกิดความอยุติธรรมพระองค์จะลงมาขจัดสิ่งชั่วร้าย ทรงช่วยแก้ไขปกป้อง เพื่อให้สถานการณ์เข้าสู่ปกติสุข ทั้งนี้เพื่อให้โลกธำรงอยูู่ เพราะหากบังเกิดสิ่งชั่วร้ายมากๆจนแก้ไขไม่ได้ โลกก็จะถูกองค์พระศิวะทำลาย พระองคฺ์จึงทรงอวตารลงมาโลกมนุษย์ ถึง 10 ครั้ง หรือที่เรียกว่านารายณ์ 10 ปาง ทั้งนี้เพื่อขจัดสิ่งชั่วร้าย และขจัดปัดเป่า ทุกข์เข็ญ เพื่อให้โลกกลับคืนสู่ความสงบ และไม่ถูกทำลาย
 |
พระนารายณ์ มหาเทพผู้ธำรงรักษา |
ดังจะเห็นได้ว่าภารกิจของพระนารายณ์หรือผู้ที่ต้องการธำรงรักษา เพื่อให้โลกมีอายุยืนยาวที่สูด ถือว่าเป็นภารกิจที่หนัก ยุ่งยาก และยาวนาน จะต้องคอยดูแลสถานการณ์ของโลกตลอดเวลา หากคราใดที่เกิดความอยุติธรรมขึ้น โลกมนุษย์เกิดความวุ่นวาย พระองค์ก็จะต้องอวตารลงมา เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง เพื่อให่โลกธำรงอยู่ให้ได้ เพราะมิฉนั้นพระศิวะก็อาจะทำลายล้างโลกนี้ก็ได้
อย่างไรก็ตามวาระสุดท้ายของโลกก็ต้องมาถึงเข้าสักวัน ตามหลัก "ไตรลักษณ์" ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า คือการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีสิ่งใดหลุดพ้นจากหลัก "ไตรลักษณ์" นี้ไปได้ ซึ่งผู้สร้างใดๆก็เปรียบเสมือนผู้ทำหน้าที่ของพระพรหม เช่นบิดามารดาก็เปรียบเหมือนพรหมของลูก ต่อเมื่อและเจริญวัยขึ้น ตนของตนก็ทำหน้าที่เสมือนพระนารายณ์ที่จะต้องธำรงรักษาชีวิตให้ยืนยาว เป็นผู้ประพฤติดี และมีความเจริญก้าวหน้า แต่สุดท้ายชีวิตก็ต้องทำลายแตกดับในที่สุดไม่มีใครหลีกหนีพ้นไปได้ ฉนั้นเราทุกคนควรจะต้องทำหน้าที่ให้เสมือนพระนารายณ์ เพื่อให้ชีวิตรุ่งเรืองและยืนนานที่สุด